ผู้ว่าฯ เชียงใหม่คนใหม่ ประกาศวิสัยทัศน์ “ร่วมสร้างเชียงใหม่อย่างมีส่วนร่วม” มุ่งแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม–อุทกภัย–PM2.5 ควบคู่การพัฒนาเศรษฐกิจและวัฒนธรรม เดินหน้าสู่”นครแห่งชีวิตและความมั่งคั่ง”ที่ยั่งยืน แต่ยอมรับการเมืองปัจจัยเสี่ยง

เชียงใหม่ 9 ก.ย.- นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยภายหลังเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการว่า แนวทางการทำงานของตนจะยึดหลัก “Open Government” หรือการบริหารงานราชการแบบเปิด เพื่อสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชน และภาควิชาการ โดยย้ำว่าเป้าหมายสำคัญคือการพัฒนาเชียงใหม่ให้เป็น “นครแห่งชีวิต ความมั่งคั่งและความสง่างามทางวัฒนธรรม”
ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย กว่า 22,000 ตารางกิโลเมตร หรือราว 14 ล้านไร่ และกว่าร้อยละ 70 เป็นภูเขาสูง ทำให้เผชิญกับความเสี่ยงด้านภัยพิบัติ โดยเฉพาะอุทกภัย น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม อีกทั้งยังได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การป้องกันและบริหารความเสี่ยงจากภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม จะเป็นวาระสำคัญของจังหวัด
ในส่วนของ ปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ผู้ว่าฯ ย้ำว่า ได้เตรียมแผนรองรับตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าฯ โดยจะผลักดันให้เกิดการมีส่วนร่วมจากทุกภาคีเครือข่าย พร้อมทั้งยืนยันว่า ตัวเลขแนวโน้มสถานการณ์ฝุ่นปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง แต่ยังต้องเดินหน้าสร้างความยั่งยืนอย่างจริงจัง
นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ ทศพล ยังให้ความสำคัญกับ การพัฒนาเศรษฐกิจและการลดความเหลื่อมล้ำ โดยเน้นการกระจายโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน ทั้งด้านที่อยู่อาศัย สถานะบุคคล และสิทธิพลเมือง ภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความยุติธรรม โดยยืนยันว่าจะไม่ยอมให้เกิดการทุจริตหรือการเรียกรับผลประโยชน์
ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ยังกล่าวถึงการต่อยอดและผลักดัน การขึ้นทะเบียนมรดกโลก รวมถึงการรักษาและสืบสานความสง่างามทางวัฒนธรรมล้านนา ที่เป็นเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยจะทำหน้าที่อำนวยความสะดวกและสนับสนุนให้เดินหน้าได้อย่างราบรื่น
“เชียงใหม่จะก้าวไปข้างหน้าได้ ไม่ใช่เพียงแค่ราชการ แต่ต้องหลอมรวมพลังจากทุกภาคส่วน เพื่อเดินไปสู่เป้าหมายร่วมกัน นั่นคือการสร้างเมืองที่มั่งคั่ง ยั่งยืน และงดงามทั้งด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม” นายทศพล กล่าว
ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ทิ้งท้ายว่า จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความมุ่งมั่น โปร่งใส และทุ่มเท เพื่อสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับแผ่นดินล้านนาอย่างแท้จริง ภายใต้การทำงานที่ทุกภาคส่วนร่วมกันเป็นเจ้าภาพในการทำงานร่วมกัน เพราะทุกส่วนมีความสำคัญไม่เฉพาะด้านใดด้านหนึ่ง ปัญหาภัยพิบัติ ปากท้องชาวบ้าน เศรษฐกิจภาพรวม การสร้างความเข้มแข็ง การดำเนินนโยบายด้านต่างๆ ซึ่งทั้งหมดล้วนมีความท้าทายโดยเฉพาะสถานการณ์ทางการเมืองก็ยังเป็นปัจจัยสำคัญ.

