ผ่อข่าว » มช.แถลงผลงานภายใต้แผนพัฒนาฯ 13 ประกาศความสำเร็จสร้างมูลค่าเกินเป้าเดินหน้าแผนฯ 14 ยกระดับนวัตกรรมแบบมีส่วนร่วมกับชุมชนสู่เป้าหมายต้นแบบระดับโลก

มช.แถลงผลงานภายใต้แผนพัฒนาฯ 13 ประกาศความสำเร็จสร้างมูลค่าเกินเป้าเดินหน้าแผนฯ 14 ยกระดับนวัตกรรมแบบมีส่วนร่วมกับชุมชนสู่เป้าหมายต้นแบบระดับโลก

28 ตุลาคม 2026
27   0

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่แถลงข่าวรอบปีเผยผลสำเร็จมีมูลค่าสะสมเกินเป้าทะลุ 7.4 หมื่นล้าน เดินหน้าแผนพัฒนาการศึกษาฯ ระยะที่ 14 ปั้นนวัตกรรมแบบมีส่วนร่วมที่ชุมชนใช้ได้จริง ลดความเหลื่อมล้ำ ยกระดับคุณภาพชีวิต ตลอดจนขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศสร้างต้นแบบสู่ระดับสากล

เชียงใหม่ 27 ต.ค. – ศาสตราจารย์ ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ทางมหาวิทยาลัยได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงความสำเร็จในการขับเคลื่อนงานของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประจำปี 2569 ที่ผ่านมาภายใต้แผนพัฒนา โดยสรุปผลการดำเนินงานของแผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะที่ 13 (พ.ศ.2566 – 2570) และก้าวต่อไปและทิศทางการดำเนินงานของแผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัย ระยะที่ 14 (พ.ศ.2571 – 2575) และนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมเด่นของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตลอดจนการขอบคุณสื่อมวลชนที่ให้การสนับสนุน ช่วยเหลือการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารด้วยดีตลอดมา โดยมีคณะผู้บริหารและเกี่ยวข้องร่วมในการแถลงพร้อมเปิดนิทรรศการแสดงความสำเร็จตัวอย่างงานวิจัยที่สำคัญ ทั้งเรื่องของการจัดการด้านมลภาวะสิ่งแวดล้อมภายใต้ความแปรปรวนของโลก ปัญหามลพิษทางน้ำ อากาศ ความสำเร็จในเรื่องของนวัตกรรมด้านการเกษตร ข้าว มช107 และอื่นๆ ภายในงานด้วย โอกาสนี้อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ระบุว่า ความสำเร็จในแผนพัฒนาการศึกษาฯ ระยะที่ 13 จากความร่วมมือของมหาวิทยาลัย ชุมชน หน่วยงานรัฐ ภาคธุรกิจและภาคีเครือข่าย ส่งผลให้บรรลุเป้าหมายสำคัญก่อนกำหนด โดยนอกจากการติดอันดับ 49 ของมหาวิทยาลัยโลกแล้ว ยังทำผลงานโดดเด่นในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ทั้งในและต่างประเทศ

นอกจากนี้ มช.ยังสามารถสร้างมูลค่าสะสมกว่า 7.4 หมื่นล้านบาท ในช่วงปีงบประมาณ 2566–2569 สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 6 หมื่นล้านบาท โดยประเมินทั้งผลกระตุ้นเศรษฐกิจจากการใช้จ่ายของมหาวิทยาลัย และผลตอบแทนทางสังคม หรือ SROI ซึ่งสะท้อนประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับประชาชนและสังคม

สำหรับแผนพัฒนาการศึกษาฯ ระยะที่ 14 มช. จะมุ่งสู่ “Real World Impact” ด้วยการนำงานวิจัยไปแก้ปัญหาจริงร่วมกับชุมชนและภาคีเครือข่าย โดยหนึ่งในโครงการสำคัญ คือ ระบบเตือนภัยโดยมีชุมชนเป็นฐาน สำหรับน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม โดยใช้กล้องและ AI ประเมินอัตราการไหลของน้ำ ซึ่งมีการนำไปใช้ในหลายพื้นที่เสี่ยง ทั้งในตัวเมืองเชียงใหม่ บ้านปางอุ๋ง อำเภอแม่แจ่ม และตำบลมะลิกา อำเภอแม่อาย รวมทั้งสิ้นกว่า 6,000 ครัวเรือน รวมถึงชุมชนและองค์กรผู้ใช้น้ำในเชียงใหม่ เชียงราย และลำพูน

ด้านสิ่งแวดล้อม มช. ยังเดินหน้า Net Zero Campus โดยใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยทั้ง 5 แห่ง เป็นห้องปฏิบัติการที่มีชีวิต ผ่าน CMU Carbon One ครอบคลุมทั้ง Solar Rooftop รถขนส่งมวลชนไฟฟ้า การจัดการขยะ พื้นที่สีเขียว ระบบกักเก็บพลังงาน และการกักเก็บคาร์บอน โดยช่วงตุลาคม 2568–กันยายน 2569 สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 27,028 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือร้อยละ 54 ของปริมาณที่คาดว่าจะปล่อยตามปกติ

นอกจากนี้ แผนฯ 14 ยังขยายงานวิจัยและนวัตกรรมใน 4 ด้าน ได้แก่ สุขภาวะ ความมั่นคงทางอาหาร เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และการศึกษา–AI เพื่อสร้างประโยชน์ให้ประชาชนทุกช่วงวัยและยังได้กำหนดวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ 6 ด้าน เพื่อก้าวข้ามการทำงานแบบแยกส่วน (Silo) ผ่าน 9 แผนบูรณาการ ประกอบด้วย 1. นวัตกรรมแบบมีส่วนร่วมเพื่อตอบสนองสภาวะโลกร้อน 2. สุขภาวะของสังคม 3. นวัตกรรมความมั่นคงทางอาหารแห่งอนาคต 4. เศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ต่อยอดจากฐานภูมิปัญญาล้านนา 735 ปี 5. การสร้างทักษะแห่งอนาคตเพื่อเตรียมความพร้อมให้บัณฑิตปีละ 7,000–8,000 คน และ 6. การนำเทคโนโลยี AI มาใช้ขับเคลื่อนองค์กร โดยอาศัยจุดแข็งของมหาวิทยาลัยที่มีคณะสายสุขภาพและโรงพยาบาลระดับสากล มีผลงานวิจัยกว่า 1,000 โครงการต่อปี การส่งเสริม Startup การเปิดพื้นที่เรียนรู้ตลอดชีวิตผ่านระบบ Credit Bank ที่มีผู้เรียนกว่า 3–4 แสนคน ตลอดจนเครือข่ายศิษย์เก่ากว่า 2.5 แสนคนทั่วประเทศ

อธิการบดี มช.กล่าวอีกว่า ภายในปี 2575 มช. ตั้งเป้าสร้างต้นแบบนวัตกรรมที่ขยายผลได้จริง มี SROI ไม่น้อยกว่า 5 เท่า และมุ่งสู่การจัดอันดับระดับสูงสุดด้านความยั่งยืนของ Times Higher Education Impact Rankings พร้อมสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่มหาวิทยาลัย ชุมชน ภาคธุรกิจ และภาคีเครือข่ายร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นจริงในสังคมสามารถร่วมกันลดความเหลื่อมล้ำ ยกระดับคุณภาพชีวิต ตลอดจนขับเคลื่อนเศรษฐกิจของท้องถิ่นและประเทศชาติตามปณิธานของมหาวิทยาลัยต่อไป.