“กตป.” ถกอนาคตวิทยุไทย ชู 3 มิติ เดินหน้ายกระดับ DAB+ สู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน

กรุงเทพฯ — พล.ต.ต. เอกธนัช ลิ้มสังกาศ กตป. ด้านกิจการกระจายเสียง นำทีมจัดประชุมใหญ่ประเมินทิศทางวิทยุดิจิทัล (DAB+) ชู 3 ประเด็นหลัก “ความยั่งยืนเชิงตลาด-ประโยชน์สาธารณะ-ความพร้อมอนาคต” หวังสร้างนโยบายขับเคลื่อนวิทยุไทยปรับตัวท่ามกลางกระแสเทคโนโลยีดิสรัปชันอย่างมั่นคง
เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร กรุงเทพมหานคร พลตำรวจตรี เอกธนัช ลิ้มสังกาศ กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน (กตป.) ด้านกิจการกระจายเสียง ได้เป็นประธานในการประชุมเพื่อสื่อสารประเด็นการประเมินผลนโยบายและระบบนิเวศวิทยุดิจิทัล (DAB+) ประจำปี 2569 โดยมีผู้บริหารระดับสูง อาทิ นายสุทนต์ กล้าการขาย รองประธานคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา และ พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กสทช. ด้านกิจการกระจายเสียง พร้อมด้วยตัวแทนจากสำนักงาน กสทช. ผู้ประกอบการวิทยุ และผู้เชี่ยวชาญในวิชาชีพเข้าร่วมงานกว่า 70 คน

โดย พล.ต.ต. เอกธนัช ลิ้มสังกาศ เปิดเผยว่า ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและการแข่งขันที่รุนแรงจากแพลตฟอร์มออนไลน์ กิจการกระจายเสียงไทยกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหญ่ การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบวิทยุดิจิทัล (DAB+) จำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน ทั้งเรื่องโครงข่าย ต้นทุนการลงทุนของผู้ประกอบการ ตลอดจนเครื่องรับสัญญาณและการเข้าถึงของประชาชน
“หน้าที่ของ กตป. ไม่ใช่การตัดสินล่วงหน้าว่าเทคโนโลยีใดคือคำตอบ แต่คือการทำให้การตัดสินใจเชิงนโยบายมีข้อมูลและหลักฐานรองรับอย่างเพียงพอ” พล.ต.ต. เอกธนัช กล่าวเน้นย้ำ พร้อมระบุว่า การประเมินในครั้งนี้จะมุ่งเน้นไปที่ 3 ประเด็นสำคัญ คือ:
• ความยั่งยืนของตลาด: มุ่งให้ผู้ประกอบการและผู้ให้บริการโครงข่ายสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างคุ้มค่า เม็ดเงินลงทุนตอบโจทย์เชิงพาณิชย์
• ประโยชน์สาธารณะ: เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงเนื้อหาที่หลากหลายและตอบสนองความต้องการในแต่ละท้องถิ่นได้อย่างทั่วถึง
• ความพร้อมในอนาคต: ยกระดับให้ระบบวิทยุดิจิทัลเป็นช่องทางหลักในการสื่อสารและแจ้งเตือนภัยพิบัติในสถานการณ์ฉุกเฉิน

สำหรับการประเมินผลในครั้งนี้ กตป. จะใช้แนวทางการประเมินเชิงระบบนิเวศ (Ecosystem-based Evaluation) ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงข้อมูลในทุกมิติ ทั้งด้านตลาด เทคโนโลยี การกำกับดูแลและภารกิจสาธารณะเข้าด้วยกัน โดยความคิดเห็นและข้อมูลทั้งหมดจากผู้มีส่วนได้เสียในงานนี้ จะถูกนำไปจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อส่งเสริมและพัฒนากิจการกระจายเสียงของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งในมิติทางเศรษฐกิจและการรักษาผลประโยชน์สูงสุดของประชาชนในระยะยาว.
