ผ่อข่าว » เชียงใหม่ปิดศูนย์เฉพาะกิจรับมือน้ำท่วมสั่งทุกหน่วยทำงานต่อวางแผนทั้งระบบไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยปีต่อไป

เชียงใหม่ปิดศูนย์เฉพาะกิจรับมือน้ำท่วมสั่งทุกหน่วยทำงานต่อวางแผนทั้งระบบไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยปีต่อไป

21 ตุลาคม 2026
127   0

เชียงใหม่ปิดศูนย์รับมืออุทกภัยปี’69 พ่อเมืองเผย แม้ปีนี้โชคดีแต่ยังทำงานต่อทั้งปี เร่งวางแผนทั้งระบบ จุดเสี่ยงอุปสรรคทางน้ำ บุกรุก ให้ปัญหาลด สร้างความเชื่อมั่น ย้ำแก้ 10 จุดเสี่ยงน้ำท่วมเขตเมือง ต้องป้องกันไม่ซ้ำรอยปี’67

เชียงใหม่ 21 ต.ค. – ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ สำนักงานชลประทานที่ 1 ถนนทุ่งโฮเต็ล อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด กรณีอุทกภัย น้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม ปี 2569 ครั้งที่ 7/2569 โดยมี ผู้อำนวยสำนักงานชลประทานที่ 1, ผู้อำนวยโครงการชลประทานเชียงใหม่, หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่, ผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม เพื่อสรุปสถายการณ์และภารกิจ เพื่อปิดศูนย์เฉพาะกิจฯ ที่รับมือกับสถานการณ์ฝนตกป้องกันอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม ปี 2569 และกำหนดทิศทางพร้อมการวางแผนรับมือยกระดับทุกด้านไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำซาก
ที่ประชุมทางศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือกล่าวรายงานถึงสถานการณ์น้ำฝนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ช่วงนี้คาดการณ์ว่า จะมีฝนในห้วงวันที่่ 26 – 27 ต.ค.นี้ จากนั้นจะเริ่มเบาลงตั้งแต่วันที่ 28 ต.ค. เป็นต้นไป และมวลอากาศเย็นจากจีนจะแผ่ลงมาในพื้นที่ภาคเหนือมากขึ้น ซึ่งภาคเหนือยังคงมีความชื้นอยู่เมื่อมวลอากาศเย็นแผ่เข้ามาก็ยังมีโอกาสที่จะเกิดฝนตกได้เป็นช่วงๆ แต่หากความชื้นในอากาศลดลง มวลอากาศเย็นที่แผ่ลงมาก็ทำให้มีความหนาวเย็นมากขึ้นตามลำดับ

ขณะที่สำนักงานชลประทานที่ 1 รายงานถึงสถานการณ์น้ำในปัจจุบันว่า สองเขื่อนขนาดใหญ่ของจังหวัดเชียงใหม่สถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์ดี เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล ปัจจุบันมีน้ำ 254 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 96 เขื่อนแม่กวงอุดมธารา มีปริมาณน้ำ 181 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 69 อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 13 แห่ง มีปริมาณรวม 84.600 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 82.08 ส่วนอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก 116 แห่ง มีปริมาณน้ำรวม 46.140 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 68.45

นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวในที่ประชุมว่า จากการประเมินสถานการณ์ปัจจุบัน หากไม่มีกลุ่มเสี่ยงจะดำเนินการเปลี่ยนแผนการทำงานเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือปัญหาภัยแล้งและฝุ่นควันไฟป่า สำหรับช่วงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะให้ความสำคัญและระดมสรรพกำลังโฟกัสไปที่เรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเป็นกรณีพิเศษ ในส่วนของการรับมือปัญหาภัยแล้งและไฟป่าหมอกควัน จะต้องเริ่มดำเนินการเตรียมความพร้อมตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป เนื่องจากมีข้อห่วงใยและการแจ้งเตือนเข้ามา โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรี 20 ต.ค. นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการในเรื่องดังกล่าวแล้ว

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ให้สัมภาษณ์ด้วยว่า การปิดศูนย์เฉพาะกิจฯ หลังเปิดปฏิบัติการมาตลอดฤดูฝนปีนี้ไม่มีเหตุอุทกภัยรุนแรง แต่มีเสียชีวิต 1 ราย เป็นกรณีของน้ำป่าไหลหลากที่อำเภอกัลยาณิวัฒนา เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมาเข้าสู่ระบบสาธารณภัยแห่งชาติ มีการจ่ายเงินเยียวยาชดเชยเป็นรายแรกของประเทศไทยตามระบบใหม่ 2 ล้านบาท ปีนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดทำงานกันอย่างเข้มแข็ง มีการวิเคราะห์สถานการณ์ล่วงหน้า บริหารความเสี่ยงและวันนี้ก็คงไม่หยุดแค่นี้ ถ้าหากว่ามีฝนตกหนักรุนแรงอีกทุกคนทุกหน่วยงานก็พร้อมที่จะเรียกประชุมเปิดศูนย์เฉพาะกิจฯ ได้ทันที ไม่ประมาท และที่สำคัญคือ คงไม่หยุดทำงานแค่นี้ ที่ประชุมได้มีการเสนอขอให้วิเคราะห์จุดเสี่ยง โดยเฉพาะในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเขตเมือง ซึ่งมีอยู่ 10 จุดเสี่ยง มีการตั้งคณะทำงานติดตามเรื่องนี้โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธานคณะทำงาน จะทำงานกันต่อเนื่องตลอดทั้งปี และจะให้มีการสรุปเนื้อหาการดำเนินการแก้ปัญหา ในที่ประชุมคณะกรรมการลุ่มน้ำจังหวัดทุกครั้งว่า ใน 10 จุดเสี่ยง มีแผนงานโครงการงบประมาณมาแล้วหรือยัง ถ้ามีแผนงานโครงการแล้ว งบประมาณมาหรือยัง ถ้ามาแล้วถึงขั้นตอนไหน ทำอะไรไปบ้าง เพื่อว่าฤดูฝนปีหน้า จุดเสี่ยงเหล่านี้ปัญหาจะต้องลดลงและสถานการณ์จะต้องดีขึ้น

นอกจากนั้นยังมีการพูดถึงแผนงานโครงการขนาดใหญ่ เช่น จะทำอย่างไรให้เขตเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่ ไม่ประสบอุทกภัยใหญ่อย่างเหมือนเมื่อปี 2567 ซึ่งสูญเสียงบประมาณไปกว่า 7,000 ล้านบาท ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์อย่างนั้นขึ้นอีก ส่วนการรับมือในอนาคตก็ควรมีแผนงานโครงการเป็นบลูพริ้นท์ว่า จะทำอะไรบ้าง เช่นมีการเสนอแนวคิดที่จะให้มีพื้นที่เบี่ยงทางน้ำทางฝั่งตะวันออกของเมือง ก็ต้องมีการศึกษาความเป็นไปได้ การย้าย การขุดลอก การขุดขยาย หรือแม้แต่การเปลี่ยนสะพานบางจุดที่มองว่าไม่เหมาะสมสำหรับบริบทในเขตเมืองมีอยู่ 2-3 สะพาน เช่น สะพานเม็งราย สะพานเกาะกลาง เป็นต้น ส่วนจะใช้งบประมาณมากน้อยแค่ไหน ซึ่งคงจะเกินศักยภาพจังหวัด ก็จะเสนอให้รัฐบาลตัดสินใจ เพราะว่า ในพื้นที่เขตชุมชนเมืองเป็นเขตเศรษฐกิจสำคัญ ผู้ประกอบการ นักลงทุน ก็อยากได้มั่นใจ มีการวางแผนยุทธศาสตร์ในการป้องกันที่มั่นคง ซึ่งหากผู้บริหารระดับสูงตัดสินใจ ข้อมูลจะมีอยู่ในลิ้นชัก ก็พร้อมที่จะนำเสนอ รวมทั้งปัญหาบุกรุกทางน้ำปิงและอื่นๆ ต้องนำมาพิจารณาทั้งหมด.