ผ่อข่าว » ข้อมูลบำบัดผู้เสพยาเชียงใหม่พบอายุน้อยสุด 12 ขวบ

ข้อมูลบำบัดผู้เสพยาเชียงใหม่พบอายุน้อยสุด 12 ขวบ

3 กรกฎาคม 2026
154   0

สสจ.เชียงใหม่ เผยสถิติผู้ป่วยยาเสพติดทะลุ 5 พันรายเข้าบำบัด รั้งอันดับ 6 ประเทศ ชี้พฤติกรรมเสพ “ฝิ่น-เฮโรอีน” สูงลิ่ว อึ้ง! พบผู้ป่วยอายุน้อยสุดเพียง 12 ปี มีกลับมาใช้ซ้ำกว่า 24% พร้อมเดินหน้าร่วมภารกิจเข้มข้น 90 วัน

เชียงใหม่ 3 ก.ค. – นายเกรียงไกร ยอดเรือน หัวหน้ากลุ่มงานสุขภาพจิตและยาเสพติด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่เปิดเผยถึงสถานการณ์และการดำเนินงานบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ว่า ภาพรวมเฉลี่ยในแต่ละปีจังหวัดเชียงใหม่พบมีผู้ที่เสพยาเสพติดประมาณ 8,000 – 10,000 ราย ตามข้อมูลในระบบ โดยมีผู้เข้ารับการบำบัดอยู่กว่า 5,000 ราย ซึ่งสูงเป็นอันดับที่ 6 ของประเทศ จากจำนวนผู้เข้ารับการบำบัดทั้งหมดพบว่า เป็นเพศชายถึงร้อยละ 80 และเพศหญิงร้อยละ 20 ซึ่งระบบการดูแลจะเริ่มจากการตั้งศูนย์คัดกรองระดับตำบลในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ทุกแห่ง เพื่อจำแนกผู้ป่วยตามความรุนแรง โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มสีเขียว (ประมาณ 3,800 กว่าราย), กลุ่มสีส้ม (900 กว่าราย), กลุ่มสีแดง (400 กว่าราย) และกลุ่มสีเหลือง (100 กว่าราย) สำหรับกลุ่มสีแดงและสีส้มจะต้องส่งต่อให้จิตแพทย์ช่วยวินิจฉัยและดูแลในระบบผู้ป่วยใน ส่วนกลุ่มสีเขียวสามารถบำบัดแบบผู้ป่วยนอกหรือใช้กระบวนการชุมชนล้อมรักษ์ (Community as Base) ซึ่งปัจจุบันมีดำเนินการอยู่ประมาณ 400 ราย

หัวหน้ากลุ่มงานสุขภาพจิตและยาเสพติด ระบุว่า ในขณะที่ภาคกลาง ภาคอีสานและภาคใต้ กว่าร้อยละ 80 เป็นการระบาดของ “ยาบ้า” ที่มีผู้เสพสูงแต่สำหรับเชียงใหม่พบว่า ผู้ป่วยประมาณครึ่งหนึ่งกลับเป็นกลุ่มที่ใช้ “ฝิ่นและเฮโรอีน” โดยการระบาดจะพบมากใน 5 อำเภอชายแดนโซนสายเหนือ(ฝาง แม่อาย ไชยปราการ เชียงดาวและเวียงแหง) และอำเภอโซนสายใต้ เช่น อมก๋อยและแม่แจ่ม เนื่องจากสามารถหาได้ง่ายจากแหล่งปลูกในพื้นที่ ส่วนในเขตเมืองและปริมณฑลจะพบการใช้ยาบ้าเป็นหลัก ที่น่าตกใจคือ สถิติผู้ที่เข้ารับการบำบัดรักษานั้น พบว่า มีอายุน้อยที่สุดเพียง 12-14 ปีเท่านั้น ขณะที่ช่วงอายุของผู้ติดยาเสพติดจะแปรผันตามประเภทของยา เช่น กลุ่มผู้ติดยาบ้าส่วนใหญ่จะอยู่ในวัยแรงงาน ส่วนผู้ติดฝิ่นมักจะเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ ทั้งนี้สำหรับการรักษาผู้ติดเฮโรอีน จะมีการใช้สารทดแทน หรือ เมทาโดน (Methadone) ซึ่งผู้ป่วยสามารถรับบริการได้ฟรีในสถานพยาบาล

นายเกรียงไกร ระบุว่า ผู้ป่วยที่เข้าสู่กระบวนการบำบัดของจังหวัดเชียงใหม่ส่วนใหญ่เป็นการมาด้วยความสมัครใจ มีเพียงร้อยละ 10-20 เท่านั้นที่เข้าสู่ระบบผ่านการเชิญตัวของฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ตามมาตรา 114 ของประมวลกฎหมายยาเสพติด หลังผ่านการบำบัด ทางหน่วยงานจะมีกระบวนการติดตามอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี โดยใช้ทั้งรูปแบบการนัดหมายมาที่สถานพยาบาลและการบูรณาการทีมร่วมกับผู้นำชุมชน อสม. และเจ้าหน้าที่ รพ.สต. ลงพื้นที่ไปเยี่ยมถึงบ้าน ซึ่งการประเมินผลจะไม่สอบถามเพียงแค่ตัวผู้ป่วย แต่จะสอบถามจากครอบครัวและชุมชนด้วยว่าผู้ป่วยสามารถอยู่ร่วมกับสังคมได้หรือไม่ และมีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงหรือไม่
“จากสถิติพบว่า เราสามารถติดตาม ควบคุมดูแลและฟื้นฟูผู้ป่วยทั้งทางร่างกาย จิตใจและสังคม จนสามารถเลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดได้อย่างเด็ดขาด ครบ 1 ปี ตามเกณฑ์ได้ถึงร้อยละ 76 ซึ่งถือเป็นผลสัมฤทธิ์ที่น่าพอใจ อย่างไรก็ตามยังคงมีอีกประมาณกว่าร้อยละ 20 ที่ยังคงกลับไปเสพซ้ำและพอผ่าน 1 ปีแล้วกลุ่มนี้ก็จะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวซึ่งก็น่ากังวล” นายเกรียงไกร กล่าวและว่า เหตุปัจจัยหนึ่งคือสภาพแวดล้อมของผู้รับการบำบัดแล้วกลับไปเสพซ้ำที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นจึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการฟื้นฟูสภาพทางสังคมควบคู่ไปกับการรักษาทางการแพทย์ โดยสำนักงานสาธารณสุขได้ประสานงานกับศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมที่มีอยู่ในทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อช่วยเหลือผู้ผ่านการบำบัดในด้านครอบครัว เศรษฐกิจ การมีงานทำและการศึกษา เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยกลับไปสู่วังวนของยาเสพติดอีก ทั้งนี้ล่าสุดที่รัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทยบูรณาการกับหลายหน่วยงานเพื่อเพิ่มความเข้มข้นในมาตรการปราบปรามด้านยาเสพติด 90 วัน ซึ่งมาตรการการบำบัดฟื้นฟูก็เป็นอีกภารกิจสำคัญหนึ่งที่พร้อมจะต้องเพิ่มความเข้มข้นด้วย.